ตั้งแต่โรงงาน AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงแบบจำลองดิจิทัล (Digital Twin), การโฮสติ้งบนคลาวด์ และ Edge AI ซึ่งทาง GIGABYTE จะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถเปลี่ยนข้อมูลเครือข่ายให้เป็นข้อมูลอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และแหล่งรายได้ใหม่ๆ ได้
ไทเป–(BUSINESS WIRE)–02 มีนาคม 2026
GIGABYTE Technology ที่เป็นผู้นำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในด้านความเป็นเลิศทางวิศวกรรมในด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและเซิร์ฟเวอร์ AI ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน AI แบบครบวงจรที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ในงาน MWC 2026 โดยโซลูชันผลิตภัณฑ์แบบครบวงจรของ GIGABYTE จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถแปลงข้อมูลเครือข่ายจำนวนมหาศาลให้เป็นข้อมูลอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และแหล่งรายได้ใหม่ๆ ได้ ในขณะที่เครือข่ายโทรคมนาคมได้พัฒนาจากผู้ให้บริการข้อมูลไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI
GIGABYTE เสริมศักยภาพการเปลี่ยนแปลงด้าน AI ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมด้วยโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรในงาน MWC 2026
จากข้อมูลเครือข่ายสู่คุณค่าของ AI: การสร้างโรงงาน AI สำหรับธุรกิจโทรคมนาคม
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงจากโทรคมนาคมไป AI คือ โรงงาน AI ซึ่งข้อมูลเครือข่ายและข้อมูลผู้สมัครใช้บริการจะถูกแปลงเป็นข้อมูลเชิงลึกในการดำเนินงานและบริการ AI เชิงพาณิชย์ ซึ่งทาง GIGABYTE สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ด้วย GB300 NVL72 ที่เป็นแพลตฟอร์มแบบแร็คสเกลระบายความร้อนด้วยของเหลว ที่ผสานรวม GPU NVIDIA Blackwell Ultra 72 ตัวและ CPU NVIDIA Grace™ 36 ตัวไว้ในระบบเดียว เชื่อมต่อผ่าน NVIDIA Quantum-X800 InfiniBand หรือ NVIDIA Spectrum-X™ Ethernet และ NVIDIA ConnectX®-8 SuperNIC™ โดย GB300 NVL72 ได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับภาระงานด้านการเทรนและการอนุมาน AI ขนาดใหญ่ ที่จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถทำงานอัตโนมัติ ปรับการวางแผนเครือข่ายให้เหมาะสม และใช้งานบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในระดับโทรคมนาคมได้
เสริมศักยภาพกระบวนการแปลงข้อมูลเป็น AI ด้วย AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (HPC)
เพื่อขจัดปัญหาคอขวดตลอดกระบวนการแปลงข้อมูลเป็นAI นั้น ทาง GIGABYTE ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ AI และ HPCไปสู่ภาคโทรคมนาคมด้วยแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมตัวเร่งความเร็วของ NVIDIA และ AMD โดย G894-SD3-AAX7 จะขับเคลื่อนด้วย NVIDIA HGX™ B300ที่สามารถรองรับเวิร์กโหลดต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ทราฟฟิกแบบเรียลไทม์ โมเดลการให้เหตุผล และการเทรน AI ขนาดใหญ่ สำหรับสภาพแวดล้อม AI และ HPC แบบบูรณาการ ส่วน XN24-VC0-LA61 ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม NVIDIA MGX™ และ NVIDIA GB200 Grace Blackwell NVL4 Superchips จะใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างหนาแน่นและประหยัดพลังงาน
นอกจากนี้ GIGABYTE ยังได้เปิดตัว G893-ZX1-AAX4 ที่เป็นการผสานรวม AMD EPYC™ 9005/9004 CPUเข้ากับ AMD Instinct™ MI355X GPUที่จะช่วยมอบประสิทธิภาพสูงต่อวัตต์สำหรับการประมวลผลเชิงอนุมาน การจำลอง และการสร้างแบบจำลองขั้นสูง ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการพลังงานและต้นทุนได้
แบบจำลองดิจิทัลสำหรับปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI
แบบจำลองดิจิทัลกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการดำเนินงานเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยทาง GIGABYTE จะช่วยให้การจำลองแบบเรียลไทม์ที่มีความแม่นยำสูงเป็นไปได้ด้วย XL44-SX2-AAS1 ที่สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม NVIDIA MGX™ และติดตั้ง GPU NVIDIA RTX PRO™ 6000 Blackwell Server Edition จำนวน 8 ตัว ด้วยแบนด์วิดท์ 800 GB/s ผ่าน NVIDIA ConnectX®-8 SuperNIC™ และการเชื่อมต่อ PCIe Gen6 แพลตฟอร์มนี้จึงสามารถรองรับปริมาณงานที่สูงขึ้นและมีความสามารถในการขยายระบบที่ดียิ่งขึ้น ทำให้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับงานที่ต้องการความพร้อมใช้งานสูงตลอด 24 ชั่วโมง
การเปิดใช้งานการโฮสติ้งบนคลาวด์อย่างมีประสิทธิภาพในระดับโทรคมนาคม
ในขณะที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมขยายตัวเข้าสู่บริการคลาวด์ AI และนีโอคลาวด์ เซิร์ฟเวอร์เบลดความหนาแน่นสูงของ GIGABYTE จะมอบโครงสร้างที่สามารถปรับขนาดได้สำหรับการโฮสต์ AI และ HPC โดยในงาน MWC GIGABYTE จะมีการเปิดตัว B683-Z80-LAS1 ที่เป็นระบบเบลด 6U 10 โหนด ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ พร้อมการกำหนดค่า CPU ต่อ NIC ในอัตราส่วน 1:1 โดดเด่นด้วยระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงทั้งระบบ โดยท่อส่งที่ผสานรวมจะสามารถระบายความร้อนของระบบได้มากกว่า 90% ทำให้เกิดการประมวลผลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (PUE) ที่เหมาะสมที่สุด
การขยายขีดความสามารถของ AI จาก Core สู่ Edge
การเปลี่ยนแปลงด้าน AI จะขยายไปถึงเครือข่าย ซึ่งความหน่วงต่ำ ความใกล้ชิดของข้อมูล และความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญ เวิร์กสเตชัน AI ของ GIGABYTE จะช่วยให้การพัฒนา การประมวลผล และการใช้งาน AI ในระดับท้องถิ่นเป็นไปได้ในสภาพแวดล้อมเครือข่ายองค์กรและเครือข่ายส่วนตัว W775-V10-L01 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล NVIDIA GB300 Grace™ Blackwell Ultra Desktop Superchip รองรับหน่วยความจำแบบ Coherent ได้สูงสุด 775 GB สำหรับเวิร์กโหลด AI ขนาดใหญ่บนโต๊ะทำงาน โดยแพลตฟอร์มเพิ่มเติม รวมถึงเวิร์กสเตชันที่ใช้ AMD EPYC™ และ Intel® Xeon® จะให้ความยืดหยุ่นสำหรับ Edge AI และเครือข่ายส่วนตัวที่หลากหลาย โดย AI TOP ATOM ขนาดกะทัดรัดจะให้ประสิทธิภาพการประมวลผล AI สูงถึง 1 petaFLOP ที่จะช่วยให้การสร้างต้นแบบและการใช้งาน AI บนอุปกรณ์ปลายทางเป็นไปอย่างรวดเร็วในรูปแบบขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ
โซลูชันแบบครบวงจร ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลจนถึงอุปกรณ์ปลายทาง
https://www.gigabyte.com/Events/MWC
#5F60, ฮอลล์ 5, Fira Gran Via
เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย
สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260223386188/en
Contacts
Michael Pao brand@GIGABYTE.com
ที่มา: GIGABYTE Technology

